Ryuichi Sakamoto : CODA บทบรรเลงเงียบสงัดจาก ริวอิจิ ซากาโมโตะ

ริวอิจิ ซากาโมโตะ เป็นใคร ทำอะไรมาบ้าง ไม่ใช่สิ่งที่คุณจะเจอในสารคดีเรื่องนี้ เพราะภาพยนตร์เรื่อง Ryuichi Sakamoto : Coda ของ สตีเฟ่น โนมูระ ชิเบิล จะพาคนดูไปรู้จักกับซากาโมโตะ ในช่วงที่เขาต้องรับมือกับอาการป่วยมะเร็งลำคอระยะที่สามและชีวิตของเขาหลังจากนั้น ถ้างั้นในบทความนี้เราจะขอแนะนำให้คุณรู้จักกับเขาสักนิดก่อนไปดูว่าชายญี่ปุ่นวัย 67 ปีคนนี้ กลายเป็นนักประพันธ์ดนตรีผู้ยิ่งใหญ่เช่นทุกวันนี้ได้อย่างไร

ริวอิจิ ซากาโมโตะแห่งวง YMO

ในปี 1978 ได้กำเนิดวงอิเลคทรอนิกส์ป๊อปแดนอาทิตย์อุทัยชื่อ Yellow Magic Orchestra ประกอบด้วยสมาชิก 3 คน ริวอิจิ ซากาโมโตะ (คีย์บอร์ด), ยูกิฮิโระ ทากาฮาชิ (กลอง), ฮารุโอมิ โฮโซโนะ (เบส) โด่งดังทั่วประเทศญี่ปุ่นไปจนถึงโซนยุโรปและอเมริกา เพราะการผสมผสานของเทคโนโลยีกับดนตรีเกิดผลลัพธ์ที่โดนใจคนดูอย่าง ดรัมแมชชีน, อิเล็กทรอนิกส์คีย์บอร์ด และซินธิไซเซอร์ ผลงานเพลง “Behind The Mask” ที่ถูกเผยแพร่โดย ไมเคิล แจ็คสัน ในปี 2011 เอง ก็เป็นเพลงของวง Yellow Magic Orchestra ด้วย ที่เหนือไปยิ่งกว่านั้นก็คือการนำเสียงเพลงในวีดิโอเกมส์มาใส่ในเพลง Computer Game “Theme From The Circus” อย่างที่ในเวลานั้นยังไม่มีใครเคยทำมาก่อน สร้างความแปลกใหม่ให้กับวงการเพลง ณ เวลานั้นมาก พวกเขายังเป็นแรงบันดาลใจให้กับศิลปินตะวันตกมากหน้าหลายตา เช่น Ultravox, Gary Numan, Duran Duran, Depeche Mode, Camouflage, OMD, The Human League เป็นต้น ในฉากหนึ่งของหนัง ซากาโมโตะยังกล่าวไว้ด้วยว่า ‘เสียงบางอย่างมนุษย์ก็ไม่สามารถทำได้ต้องใช้เทคโนโลยีมาช่วยแทน’

Yellow Magic Orchestra – Computer Game “Theme From The Circus”
การตอบโต้และความเงียบสงัด

ซากาโมโตะ ก่อตั้งกลุ่ม Stop Rokkasho เพื่อแสดงจุดยืนให้รัฐปิดโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ฮามาโอกะ หลังโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ในฟุคุชิมะ และจัดคอนเสิร์ต ‘No nuke’ เพื่อให้ทุกคนตระหนักถึงความอันตรายของการใช้พลังงานนิวเคลียร์ หลังจากเหตุการณ์สึนามิที่ญี่ปุ่นปี 2011 เขายังจัดการแสดงขึ้นที่ศูนย์อพยพแห่งหนึ่งให้กับผู้ประสบภัย กระทั่งเขาได้รับการโหวตจากชาวญี่ปุ่นว่าเหมาะสมที่จะได้ขึ้นแสดงในพิธีเปิดโอลิมปิกปี 2020 แต่ซากาโมโตะกลับให้สัมภาษณ์ว่ารัฐบาลญี่ปุ่นควรให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาของเสียจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์มากกว่า ริวอิจิ ซากาโมโตะ ชายที่ถูกหล่อเลี้ยงด้วย ‘เสียง’ มาตลอดชีวิตเองก็มีช่วงที่เสียงทั้งหลายเงียบสงัด เพราะในช่วงเหตุ 11 กันยา และ สึนามิที่ญี่ปุ่นในปี 2011 บรรยากาศบ้านเมืองปกคลุมไปด้วยความเงียบนานหลายอาทิตย์ ซึ่งนั่นก็ทำให้เกิดเพลง ‘Only Love Can Conquer Hate’ สตูดิโออัลบั้ม ‘Chasm’ ในปี 2004

เพลง ‘Only Love Can Conquer Hate’ สตูดิโออัลบั้ม ‘Chasm’
วีดิโออาร์ต ดนตรีทดลอง

ริวอิจิ ซากาโมโตะ รับบทบาทเป็นทั้งคอมโพสเซอร์ดนตรีร่วมสมัย คอนดักเตอร์ซิมโฟนีออร์ เคสตรา เล่นเพลงแจ๊ส เทคโนป็อป อิเล็กทรอนิกส์ ดนตรีทดลอง รวมถึงศิลปะจัดวาง หลายครั้งที่เขาร่วมงานกับศิลปินแขนงต่าง ๆ อย่างการแสดงโอเปร่าเรื่อง ‘Life’ ร่วมงานกับ ชิโระ ทาคาทานิ ศิลปินแนวสื่อผสม ด้วยการนำนาฏลีลาแสดงร่วมกับสื่อวีดีโอผสมกับดนตรีหลากหลายสไตล์ นอกจากนั้นเขายังนำงานแสดงชิ้นนี้ไปจัดแสดงเป็นศิลปะจัดวาง โดยการดัดแปลงเสียงและคลิปที่เคยใช้บนเวที ใช้ชื่อว่า LIFE–fluid, invisible, inaudible ในปี 2007 และปี 2013 ซากาโมโตะ และ ทาคาทานิ ใช้ตู้กระจกขนาดใหญ่บรรจุน้ำติดตั้งให้แขวนลงมาจากเพดาน และมีเครื่องทำหมอกควันลอยอยู่เหนือผิวน้ำ มีโปรเจกเตอร์ฉายคลิปวีดีโอและเสียงส่องไปในกลุ่มควันเหนือตู้กระจก

ผลงานอีกชิ้นที่ซากาโมโตะร่วมงานกับ อัลวา โนโต (คาร์สเตน นิโคไล) ดีเจสไตล์แอมเบียนอิเล็กทรอนิกส์ชาวเยอรมัน คือจัดแสดงเล่นดนตรีสดและฉายหนังสั้นบนผนังกระจกของที่จัดแสดงงานของ ยาโยอิ คุซามะ (เจ้าของผลงานศิลปะลายจุด) แถมเขายังเคยร่วมงานกับ อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล ในงานวีดีโอ First – light โปรเจคประกวดหนังสั้นสำหรับสตูดิโออัลบั้มใหม่ async ปี 2017 ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากสถาปัตยกรรมที่เขาพบเจอในชีวิตประจำวัน ภายใต้คอนเซปต์ ‘เพลงประกอบหนังของ อังเดร ทาคอฟ สกี ที่ไม่มีอยู่จริง’ โดยอภิชาติพงศ์ได้นำเพลง Disintegration และ Life, Life. ของซากาโมโตะมาใช้ประกอบด้วย

งานวีดิโอ First – light
นิปปอนบอยกับโลกภาพยนตร์

ถึงซากาโมโตะจะเป็นที่รู้จักในฐานะของนักประพันธ์ดนตรีให้กับภาพยนตร์ชื่อดังหลายเรื่อง แต่เขาเข้าสู่วงการด้วยการถูก นางิสะ โอชิม่า ผู้กำกับชื่อดังชักชวนให้มาเล่นภาพยนตร์เรื่อง Merry Christmas Mr. Lawrence คู่กับ เดวิด โบวี่ แต่ด้วยความเด็กของซากาโมโตะ แทนที่เขาจะแค่ตอบรับแบบปกติ เขากลับตอบไปว่า ‘ได้ แต่ต้องให้ผมทำดนตรีประกอบด้วยนะ’ และเขาก็ได้รางวัล BAFTA ในปี 1983 จากภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วย ต่อมาเขาก็ได้ร่วมแสดงภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์อีกเรื่องอย่าง The Last Emperor แม้ตอนแรกจะถูกชวนมาแสดงอย่างเดียว แต่จนแล้วจนรอดเขาก็จับพลัดจับผลูได้ทำดนตรีประกอบเรื่องนี้อีก เพราะเบอร์นาโด แบร์โตลุคชี่ ผู้กำกับไม่ชอบดนตรีประกอบที่มีอยู่แล้ว ซึ่งทำให้เขาชนะรางวัลออสการ์สาขา Best Original Score ปี 1987 และ Golden Globe Awards สาขา Best Original Score ในปีเดียวกัน ต่อมาปี 1990 ก็ชนะ Golden Globe Awards อีกครั้งจากเรื่อง The Sheltering Sky บทบาทของ ริวอิจิ ซากาโมโตะ ที่มีมาอย่างยาวนานในวงการภาพยนตร์ทำให้เขาได้รับรางวัล Order des Arts et des Letters จากกระทรวงวัฒนธรรมฝรั่งเศสในปี 2009 และรางวัล Asian Filmmaker of the year ที่เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติปูซานในปี 2018

เมื่ออ่านมาถึงตรงแล้วคุณคงจะรู้สึกว่าชีวิตผู้ชายคนนี้ช่างมีสีสันดีเหลือเกิน ได้ทำวงดนตรี มีงานนิทรรศการศิลปะ จัดคอนเสิร์ต เป็นนักแสดง เป็นนักเคลื่อนไหวทางสังคม แล้วจะได้เห็นอะไรมากกว่านี้ Ryuichi Sakamoto : Coda อีกงั้นหรือ คำตอบคือใช่ คุณจะได้เห็นชายที่ป่วยเป็นมะเร็งลำคอระยะที่สาม ทำให้เขาต้องหยุดทำงานที่ตัวเองรักไปเป็นปี ชายผู้ตามหา ‘เสียงบริสุทธิ์’ บนโลกใบนี้ ชายที่จะทำให้คุณได้รู้จักกับความงดงามจากเสียงที่ธรรมชาติสรรค์สร้างที่ Lido Connect

อ้างอิง
Documentary Club
https://movie.mthai.com/bioscope/214571.html
https://themomentum.co/songscape-ryuichi-sakamoto/

ภาพ
IMDB
FACT Magazine
https://www.discogs.com/fr/artist/1149955-HASYMO

Apiwan Charinyakulwat
Author ( Lido Connect Team )