The Last Emperor : “ปูยี” โอรส (ตก) สวรรค์องค์สุดท้ายของจีน

‘The Last Emperor : จักรพรรดิโลกไม่ลืม’ เรื่องราวสุดคลาสสิคของ “ปูยี” จักรพรรดิหนุ่มองค์สุดท้ายของจีนภายในพระราชวังต้องห้าม ที่ถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตของเขาตั้งแต่ขึ้นครองราชย์ตั้งแต่วัยเยาว์จนถึงช่วงบั้นปลายสุดท้ายของชีวิต  การสละราชบัลลังค์ของเขาเป็นหมุดหมายสำคัญที่เปลี่ยนชีวิตของเขา เบื้องหลังคือการปฎิวัติซินไฮ่ ที่นำโดย ซุนยัตเซน เพื่อล้มล้างราชวงศ์ และให้เปลี่ยนจีนให้เป็นสาธารณรัฐ

แม้การปฎิวัติซินไฮ่นี้จะเป็นขบวนการที่ทำต่อเนื่องกันมาเป็นสิบ ๆ ปี ซุนยัตเซน เดินทางไปรวมรวมกำลังคนและกำลังทรัพย์จากชาวจีนโพ้นทะเลเพื่อใช้ในการปฎิวัติครั้งนี้ ทั้งฮ่องกง แต่เหตุการณ์หลัก ๆ ที่ทำให้ราชวงศ์จีนล้มสลายเกิดขึ้นในปี 1911 3 ปีให้หลังจากที่ขึ้น ปูยี ขึ้นครองราชย์ ในขณะนั้นเขามีอายุเพียง 6 ปีเท่านั้น เขาคงเป็นจักรพรรดิไม่กี่คนในโลกที่ต้องสละราชอำนาจโดยไม่รู้ตัว มีบันทึกไว้ตามเอกสารระบุเป็นวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 1912

หนังเผยให้เห็นเรื่องราวอีกด้านของประวัติศาสตร์ จากการที่ใครต่อใครรับรู้กันว่าเขาถูกยึดอำนาจ และถูกขังอยู่ในพระราชวังต้องห้าม อำนาจของเขาถูกจำกัดอยู่ในเขตกำแพงสูงใหญ่นั้น ดูเหมือนว่าเขาในขณะนั้นยังคงเข้าใจว่าตัวเองเป็นจักรพรรดิอยู่ จนเมื่อน้องชายของเขาพูดความจริงออกมา แน่นอนว่าเขาโกรธ เด็กคนหนึ่งที่ถูกปรนนิบัติอย่างราชาตั้งแต่ยังไม่รู้ความ แม้แต่รองเท้าก็ไม่เคยผูกเอง คงเคยชินกับสิ่งเหล่านี้ไปเสียแล้ว

สิ่งเหล่านี้่เองที่ทำให้เรื่องราวที่เขาต้องเจอในอนาคตที่ว่าโหดร้ายแล้ว ยังทวีความเลวร้ายในความรู้สึกของเขามากขึ้นไปอีก เขาต้องใช้ชีวิตอยู่ในเรือนจำปรับทัศนคติคนเดียว ไร้ภรรยาหรือคนรับใช้เคียงข้าง ใช้ชีวิตบั้นปลายในการเป็นคนสวนที่สวนพฤกศาสตร์กรุงปักกิ่ง ก่อนจะได้ได้รับหน้าที่ดูแลแหล่งข้อมูลทางประวัติศาสตร์ในช่วงปลายราชวงศ์ชิงประจำสถาบันวิจัยด้านประวัติศาสตร์และวรรณกรรมของจีน

เบื้องหลังของความเป็นอยู่สุขสบายของเขาที่ทำให้เขาไม่รู้สถานการณ์ภายนอก มาจากข้อแลกเปลี่ยนระหว่าง หยวนซื่อไข่ ผู้คุมกำลังทางทหารในขณะนั้นกับ ซุนยัตเซ็น ผู้นำการปฎิวัติ ว่าหากยอมล้มราชวงศ์ชิงรัฐบาลจะให้การคุ้มครองและเงินสนับสนุนปีละ 4 ล้านตำลึง แม้ข้อตกลงนี้จะถูกยกเลิกไปในภายหลังก็ตาม ด้วยเหตุนี้ราชวงศ์ชิงที่ครองอำนาจมานานจึงล้มลงอย่างรวดเร็ว โดยที่ฮ่องเต้องค์น้อยไม่รู้ตัวแม้แต่น้อย เมื่อรู้ความจริงเข้า เขาก็ไม่สามารถทำอะไรได้แล้ว เขาเติบโตขึ้นมาและค่อย ๆ ยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้น เริ่มเบื่อหน่ายชีวิตในพระราชวังต้องห้ามที่เหมือนเป็นคุกสำหรับเขา และยินดีเมื่อโดนเชิญออกนอกวัง

มาถึงจุดนี้คงบอกไม่ได้ว่าเขามีความสุขกับชีวิตหลังไร้ตำแหน่งหรือไม่ เขาอาจจะมีความสุขที่ได้ออกจากคุกที่ชื่อว่า พระราชวังต้องห้าม ในขณะเดียวกันเค้าอาจต้องทนทุกข์กับชะตากรรมตลอด 10 กว่าปีในสถานกักกัน ในฐานะนักโทษ ไม่ว่าสวรรค์จะสวยงามหรือเคว้งคว้างแค่ไหน หรือจะตกลงมากระแทกกับอะไร แต่เชื่อว่าเขาคงเป็นโอรสที่ตกสวรรค์สูงมากเกินใครจะคาดคิดอย่างแน่นอน

อ้างอิง
https://thepeople.co/former-emperor-puyi-result-of-remodeling-process/
https://praew.com/luxury/256235.html

ภาพ
http://trailers.tv/video/the-last-emperor-official-trailer/
https://culture360.asef.org/news-events/when-strangers-meet-visions-asia-and-europe-film/
https://www.pinterest.com/pin/341921796683779417/
http://riotheatre.ca/movie/the-last-emperor/
https://www.eightieskids.com/13-facts-you-may-not-have-known-about-the-last-emperor/

Jinnich T.
Author (Lido Connect Team)