Hello, Love, Goodbye สวัสดี…ความรัก : ฉัน (ไม่ได้) รักคุณ

ความรักกับความฝัน

จอย (แคธรีน เบอร์นาโด) หญิงสาวชาวฟิลิปปินส์ที่ต้องมาทำงานในประเทศฮ่องกงเพื่อส่งเงินให้กับครอบครัวที่ประเทศฟิลิปปินส์ และเก็บเงินไปขอวีซ่าไปทำงานในประเทศแคนาดาหวังว่าจะได้ชีวิตที่ดีกว่า เธอจึงตั้งหน้าตั้งตาทำงานเพื่อเป้าหมายของตน แต่แล้วสิ่งที่เข้ามาคั่นกลางระหว่างนั้นกลับเป็น อีธาน (อัลเดน ริชาร์ด) บาร์เทนเดอร์หนุ่มชาวฟิลิปปินส์ที่เข้ามาจีบเธออย่างไม่ละความพยายาม ถึงแม้ในตอนแรกจอยจะไม่ใจอ่อนเลยก็ตาม แต่ด้วยสถานภาพของเธอที่ต้องประสบกับปัญหามากมายทั้งเรื่องครอบครัว ปัญหาการว่าจ้างกับเจ้านายชาวฮ่องกง แม่ที่แต่งงานอยู่กินกับคนฮ่องกงจึงทำให้จอยและอีธานเข้าใจกันมากขึ้น เพราะพวกเขาต่างเป็น ‘คนนอกคอก’ จอยผู้เรียนจบพยาบาลมาแต่ต้องมาทำงานเป็นแม่บ้านในฮ่องกง อีธาน บาร์เทนเดอร์หนุ่มที่มีบาดแผลจากรักครั้งเก่า ทำให้ครอบครัวผิดหวังและรู้สึกว่าตัวเองไร้ประโยชน์

หญิงสาวชาวฟิลิปปินส์แห่งฮ่องกง

จอยและเพื่อน ๆ จากครอบครัวที่ประเทศฟิลิปปินส์เพื่อเดินทางมาทำงานถึงประเทศฮ่องกงในฐานะแม่บ้าน และไม่สามารถทำงานอื่น ๆ ได้ตามกฏหมายแรงงานของฮ่องกง ในสายตาของชาวฟิลิปปินส์นั้นผู้ที่มาเป็นแรงงานต่างประเทศถือเป็นฮีโร่ที่สร้างความเจริญให้กับรัฐ ซึ่งเป็นผลมาจากระบบเสรีนิยมของฟิลิปปินส์ที่อยากผลักดันให้มีแรงงานในต่างประเทศมากขึ้นจนเกิดเป็นวาทกรรมเช่นนี้ แน่นอนว่าในมุมกลับกันเรื่องนี้ก็ส่งผลตรงกันข้ามกับ ‘แรงงาน’ เหล่านี้เช่นกัน ทั้งปัญหาการละเมิดสิทธิแรงงาน การล่วงละเมิดทางเพศ ปัญหาครอบครัวแตกแยกเพราะต้องห่างไกลบ้านเกิดเป็นเวลานาน ซึ่งปัญหานี้เองก็ถูกนำเสนอใน Hello, Love, Goodbye ผ่านตัวละครแม่ของจอยที่จำใจแต่งงานกับชาวฮ่องกงทั้งที่เธอถูกทำร้ายร่างกายจากสามีของตน แต่สุดท้ายเธอตัดสินใจอยู่กับเขาต่อไปและไม่ยอมกลับไปหาครอบครัวที่ฟิลิปปินส์ ด้วยเหตุที่รัฐบาลของฟิลิปปินส์ตอกย้ำว่า “แรงงานจะต้องทำเพื่อชาติ” ’แรงงาน’ ฟิลิปปินส์ในฮ่องกงจึงไม่ได้รับการปฏิบัติเยี่ยง ‘พลเมือง‘

ทุกวันอาทิตย์ชาวฟิลิปปินส์ในฮ่องกงจะมารวมตัวกันบนถนนชาร์เตอร์ เขตเซ็นทรัล ย่านร้านค้าแบรนด์หรู โรงแรมห้าดาว สวนสาธารณะ ที่ตั้งของอาคารสภานิติบัญญัติฮ่องกงเดิมถูกปิดเป็นถนนคนเดิน ทุกวันอาทิตย์ตั้งแต่ทศวรรษ 1980 เพื่อส่งเสริมให้คนมาจับจ่ายใช้สอยและค่อยๆกลายมาเป็นที่รวมตัวในการพบปะทำกิจกรรมของชาวฟิลิปปินส์ ตลอด 6 วันพวกแม่บ้านจะอยู่ที่บ้านนายจ้างและใช้เวลาพักผ่อน 1 วันต่ออาทิตย์ออกมาพบปะสังสรรค์กับเพื่อนประเทศเดียวกัน แม้จะมีทั้งคนฮ่องกงในย่านนั้นและแรงงานต่างชาติออกมาปิกนิกกัน แต่ที่ถนนชาร์เตอร์เป็นจุดที่มีชาวต่างชาติมารวมตัวมากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะชาวฟิลิปปินส์ที่พกกระดาษลังหรือเสื่อมาทำอาหารกินด้วยกัน ร้องคาราโอเกะ เล่นไพ่ จัดกิจกรรมฉลองวันชาติฟิลิปปินส์ กิจกรรมทางศาสนา ใช้รวมตัวชุมนุมในการเรียกร้องขึ้นค่าจ้าง อย่างที่เห็นในฉากประกวดมิสเซ็นทรัล และฉากต้นเรื่องที่จอยไปรับแมรี่ญาติของเธอแล้วผู้คนจับจองที่นั่งโดยวางกล่องลังเอาไว้นั่นเอง

หนังรักที่ไม่ได้พูดถึงแค่ความรัก

แม้หน้าหนังจะถูกแปะป้ายเป็นหนังรักของคนหนุ่มสาว แต่เนื้อในกลับมีเนื้อหาของปัญหาแรงงานต่างด้าวที่ต้องดิ้นรนหาเลี้ยงตัวเองและครอบครัว จุดที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งคือตัวละครเพศชายที่ไม่ได้ถูกทำให้เป็นช้างเท้าหน้าและสัญลักษณ์ของความแข็งแกร่ง อย่างอีธานที่ล้มเหลวเรื่องความรัก ไม่เชื่อมั่นในตัวเอง เป็นความผิดหวังของคนในครอบครัว หรือพ่อของจอยที่ยอมให้ภรรยาของตนไปแต่งงานกับชายอื่นทั้งที่ยังรักกัน โดยยอมรับสภาพว่าตนตาบอดจึงไม่มีสถานภาพหาเลี้ยงครอบครัวได้ ในขณะที่ตัวละครเพศหญิงกลับเป็นเสาหลักของครอบครัว กล้าที่จะตัดสินใจเอง ไม่จมปลักกับความรักเพียงอย่างเดียว ท้ายที่สุดแล้วสิ่งที่เราเห็นจากหนังเรื่องนี้คือ ‘เราทุกคนล้วนเป็นมนุษย์เหมือนกัน’ สิ่งเหล่านี้คงเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ภาพยนตร์ Hello, Love, Goodbye สวัสดี…ความรัก เป็นภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงสุดตลอดกาลของฟิลิปปินส์อีกด้วย

อ้างอิง
https://www.youtube.com/watch?v=-OPRnGwrZF0

ภาพ
ABS-CBN Star Cinema
https://sea.mashable.com/entertainment/5416/hello-love-goodbye-breaks-filipino-cinema-box-office-record-rakes-in-us45-million

Apiwan Charinyakulwat
Author ( Lido Connect Team )