Photograph เลิฟสตอรี่ ไม่มีจริง เมื่อหนังโรแมนติกคอมเมดี้ขึ้น กับความพอใจในเทพนิยาย

ห่างแค่เพียงเอื้อมมือ แต่มันคือแสนไกล ~ ความสัมพันธ์ระหว่างราฟี่ (รับบทโดย นาวาซุดดิน ซิดดิกิ) ช่างภาพถ่ายนักท่องเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวทำงานเพื่อส่งเงินให้ครอบครัวบังเอิญไปถ่ายรูปมิโลนี (ซานย่า มัลโลตรา) นักศึกษาสาวจากครอบครัวชนชั้นกลางที่ถูกคาดหวังให้มีหน้าที่การงานและสามีที่ดี ทั้ง ๆ ที่พวกเขาไม่น่าจะได้กลับมาเจอกันอีก เหตุก็เกิดเพราะราฟี่ดันเอารูปมิโลนีไปให้ย่าดูแล้วหลอกว่าเธอเป็นคู่หมั้น ความสัมพันธ์ที่ไม่น่าเกิดจึงบังเกิด

.

ในสังคมอินเดียความสัมพันธ์ข้ามชนชั้นจะเกิดก็ต่อเมื่อ ‘อันนี้เท่าไหร่’ หรือ ‘นี่ครับเงินทอน’ เพราะถ้าไม่มีเรื่องเงินตราล่ะก็ย่อมไม่มีทางที่คนสองคนจากคนละสถานะจะมาบรรจบกัน แต่ไม่ว่าจะเพราะโชคชะตาหรือฟ้าลิขิตการที่ราฟี่กับมิโลนีพบกันก็ทำให้ทั้งสองได้ฟังเสียงหัวใจตัวเองอีกครั้ง

.

ถ้าคุณคิดว่า Photograph เป็นหนังรักโรแมนติกที่หาดูได้ทั่วไป เราอยากชวนคุณมาทำความรู้จักกับ ‘Photograph ภาพถ่ายใบนั้น ฉันจะฝันถึงเธอ’ ที่ ไปเปิดตัวถึงเทศกาลภาพยนตร์ซันแดนซ์และเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเบอร์ลิน ผลงานเรื่องล่าสุดจาก ริเทศ บาตรา ผู้กำกับ The Lunchbox เมนูต้องมนต์รัก ในวันที่ 13 กุมภาพันธ์นี้ รอบฉายเวลา 18.10 น.

รักโรแมนติก สิ่งที่พบได้แค่ในความฝันไม่ใช่ชีวิตจริง

พระเอกผิวคล้ำ ปากกัดตีนถีบหาเงินเพื่อใช้หนี้อาศัยอยู่ห้องพักโทรม ๆ กับเพื่อนสี่คน กับนางเอกผิวขาว การศึกษาดี แต่ ไม่มีความสุข ทั้งคู่ต่างเป็นคนรุ่นใหม่ที่แบกรับความคาดหวัง ความเชื่อของสังคมแบบเก่าฉุดรั้งพวกเขาไว้ ไม่ให้ทำตามใจตัวเอง 

Photograph ไม่ได้พิเศษเพราะเป็นหนังรักแต่ ‘พิเศษ’ เพราะรู้ตัวเองว่าเป็นหนังรัก ซึ่งถ้าเป็นหนังรักที่เต็มไปด้วยความน่ารักสดใสทั้งที่พระเอกนางเอกต่างกันขนาดนั้น คนดูคงไม่เชื่อแน่ ๆ “ความสัมพันธ์ในหนังเรื่องนี้เป็นแค่เทพนิยายระหว่างคนสองคนที่มาจากคนละชนชั้นกัน” – ริเทศ บาตรา ผู้กำกับ เขาจึงเริ่มเขียนบทจากซีนสุดท้ายก่อนเพื่อทำความเข้าใจว่าในชีวิตจริงจะทำอย่างไร อะไรทำให้พวกเขาคิดและเป็นแบบนี้ นั่นแหละถึงจะทำให้คนดูเชื่อได้

ความโดดเดี่ยวใช่ว่าต้องไร้สุข

“You can’t really shoot loneliness or act loneliness” ความเหงาเป็นเรื่องนามธรรมจับจ้องได้ ตอนแรก ริเทศ บาตรา ผู้กำกับของเรื่องเขียนบทให้มิโลนีมีความบกพร่องทางร่างกายแต่พอเขาเจอตัวซานย่า มัลโลตรา กลับเปลี่ยนใจไปเล่นเรื่องสภาพจิตใจของเธอแทนแล้วค่อย ๆ ปรับตัวละครให้ใกล้เคียงกับซานย่า ตัวละครมิโลนีเป็นหญิงสาวที่ถูกคาดหวังจากครอบครัวสูงให้มีหน้าที่การงานที่ดี มีสามีที่ดี ทั้งที่ความฝันของเธอในวัยเด็กคือได้เป็นนักแสดง พอโตมาความฝันนั้นถูกลดทอนเหลือแค่การใช้ชีวิตอย่างสงบที่ชานเมืองเท่านั้น

ภาพสะท้อน ‘ตัวตน’ ที่ฉันไม่เห็นเมื่อมองตัวเอง

ภาพถ่ายของหญิงสาวประกอบกับพื้นหลัง Gateway of India ‘ประตูสู่อินเดีย’ ถึงจะเป็นแค่ความบังเอิญ ณ สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังของมุมไบที่ราฟี่กับมิโลนีพบกันครั้งแรก รูป ๆ นั้นกลายเป็นสิ่งที่ทำให้มิโลนีได้รู้ว่าคนอื่นมองเธอเป็นแบบไหนผ่านภาพนั้น ภาพนั้นสะท้อนเธอออกมาเหมือนกับที่เธอคิดว่าตัวเองเป็นไหม ตัวเธอเองจะสามารถมองตัวเองให้ต่างออกไปได้ไหมเมื่อดูภาพนั้น ‘Never get chance to express herself’ เมื่อสังคมไม่อนุญาตให้หญิงสาวได้เปิดเผยสิ่งที่ตนต้องการได้ ความบังเอิญที่เธอได้ไปอยู่บนภาพถ่ายของช่างภาพหนุ่มกลายเป็นการ ‘ปลดแอก’ ให้เธอได้ทำสิ่งที่ตัวเองต้องการ ปราศจากความคาดหวังของครอบครัวหรือสังคม “ปีหนึ่งหลังจากนี้ พอคุณกลับมามองดูรูป คุณจะสัมผัสได้ถึงแสงอาทิตย์บนใบหน้าของวันนี้จากรูปถ่ายเลยล่ะ” – ราฟี่

อ้างอิง 

https://www.popmatters.com/ritesh-batra-interview-2638785787.html?rebelltitem=5#rebelltitem5

https://www.latimes.com/entertainment/movies/la-et-mn-ritesh-batra-photograph-20190516-story.html

https://www.hitc.com/en-gb/2019/08/22/photograph-movie-ending-explained-ritesh-batra-2019-plot/

Apiwan Charinyakulwat
Author ( Lido Connect Team )