Portrait of a Lady on Fire : สตรีในเปลวเพลิง กำกับโดยสตรี ถ่ายโดยสตรีและแสดงโดยสตรี

“ฉันคิดว่ามันทำได้จริง ๆ นะ ฉันว่าภาพยนตร์และศิลปะ สามารถเปลี่ยนแปลงโลกได้นะ” – เซลีน เซียมมาผู้กำกับ Portrait of a Lady on Fire ภาพยนตร์ที่ไปเยือนคานส์แล้วคว้ารางวัลบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยมควบรางวัล Queer Palm สำหรับหนังที่มีประเด็นความหลากหลายทางเพศปี 2019 มาครอง เรื่องราวของมารียาน (รับบทโดยโนเอมี แมร์ลองต์) ถูกสตรีสูงศักดิ์จ้างมาวาดรูปลูกสาวของตน เอลูอิส (รับบทโดย อาเดล อีเนล) เพื่อส่งภาพไปให้ชายชั้นสูงที่มิลานดูตัว แต่เอลูอิสไม่อยากแต่งงาน แม่เธอจึงจ้างมารียานในฐานะของเพื่อนเดินเล่นแล้วให้เธอค่อย ๆ แอบจำใบหน้าของเอลูอิสมาวาดตอนกลางคืน

รักร่วมเพศในยุคเลดี้

หากพูดถึงหนังที่มีประเด็นรักร่วมเพศย่อมชวนให้ฉุกคิดถึงหลาย ๆ เรื่อง ไม่ว่าจะ Water Lilies (2007) Tomboy (2011) และ Girlhood (2014) ผลงานก่อน ๆ ของเซลีน เซียมมา กระทั่ง Handmaiden (2016) ของปาร์ค ชาน วุค อย่างเลี่ยงไม่ได้ แม้ว่า Handmaiden จะเล่าประเด็นหญิงรักหญิงเหมือนกันแต่ตัวหนังกลับถูกครอบด้วย Male Gaze หรือแฟนตาซีของเพศชายผ่านสายตาผู้กำกับเพศชาย ยกตัวอย่างเช่น ฉากร่วมเพศระหว่างตัวละครหญิงด้วยกันที่ถูกถ่ายทอดด้วยความแข็งกร้าวและเร้าอารมณ์ความเป็นชาย แต่ใน Portrait of a Lady on Fire เสนอภาพความรักของผู้หญิงสองคนผ่านงานกำกับภาพของแคลร์ มาธ็อง โดยนำเสนอ ‘ความเป็นหญิงสาว’ อย่างไม่รุกล้ำพวกเธอหากเป็นการสำรวจความสง่างาม ความละเอียดลออแทน

ความพรั่นพรึงของหญิงสาว

เซียมมา ต้องการนำเสนอโลกที่เท่าเทียม ความสัมพันธ์ที่ปราศจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถืออำนาจเหนือกว่าอีกฝ่าย ประมาณว่าใครเข้มแข็งกว่า ใครหาเงินได้มากกว่า ใครมีสถานะทางสังคมสูงกว่า ซึ่งมันไม่มีบทบาทชัดเจนในความสัมพันธ์ของมารียานกับเอลูอิส เซลีนเคยให้สัมภาษณ์ว่าหนังที่มีประเด็นรักร่วมเพศส่วนใหญ่มักติดกับ “นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับเรากันแน่?” เมื่อพวกเขาพบว่าตัวเองรักเพศเดียวกัน สำหรับเธอกลับมองว่า “เกิดอะไรขึ้นในเรื่องราวนี้กันแน่?” หรือในแง่ของ “ทำไมพวกเขาถึงไม่ลงเอยกัน?” เราควรให้ความสำคัญกับความจริงที่ว่ามันเป็นไปไม่ได้หรอกความสัมพันธ์ของพวกเขาน่ะ – เซียมมา

จ้องมองความสุนทรีย์

หากอ้างอิงจากทฤษฎี Male gaze ของ ลอร่า มัลวี่ย์ นักทฤษฎีภาพยนตร์เฟมินิสต์ชาวอังกฤษว่า “ความไม่สมมาตรของอำนาจในเพศภาวะคือพลังที่คอยควบคุมและประกอบสร้างโลกของภาพยนตร์เพื่อความสุขสมของผู้ชมเพศชาย ซึ่งฝังลึกอยู่ในอุดมการณ์และวาทกรรมชายเป็นใหญ่” เพราะผู้หญิงมักมีสถานะแค่ผู้ถูกกระทำถูกกดทับด้วยนัยยะของอำนาจภายใต้เพศชาย อีกมุมหนึ่ง Portrait of a Lady on Fireเป็นเหมือนคู่แฝด Call Me By Your Name (2017) ของลูก้า กัวดานิโน่ หากบอกว่าเพศชายสามารถสร้างภาพเพ้อฝัน ความลุ่มหลงผ่าน ‘การจ้องมอง’ ในภาพยนตร์ส่วนใหญ่ได้ ทั้งสองเรื่องดังกล่าวก็สามารถสร้างภาพความหลงใหล ความพึงพอใจที่ตนมีต่อเพศเดียวกันได้ในแง่มุมที่งดงามเช่นเดียวกัน

อ้างอิง

https://www.vulture.com/2020/02/portrait-of-a-lady-on-fire-q-and-a-cline-sciamma-adle-haenel.html

https://www.vulture.com/2018/08/how-do-we-define-the-female-gaze-in-2018.html

ขอบคุณภาพจาก

FB Page : Cinema, mon amour

FB Page : Documentary Club

FB Page : HAL

Apiwan Charinyakulwat Author ( Lido Connect Team )
Apiwan Charinyakulwat Author ( Lido Connect Team )