พอแล้ว Hustle Culture! หยุดวัฒนธรรมบ้างาน

เราไม่สู้งาน อดทนไม่พอ หรือเรากำลังถูกบีบด้วยวัฒนธรรมคนบ้างาน พอแล้ว Hustle Culture หยุดวัฒนธรรมที่ฆ่าเราให้หมดไฟ เหนื่อยจนตาย

ช่วงนี้คนรอบตัววัยทำงานมาระบายให้ฟังเยอะมากว่ากำลังหมดใจกับการทำงานแล้วจริง ๆ แต่ละวันที่ลืมตาตื่นขึ้นมา พอรู้ว่าเป็นวันที่ต้องทำงานก็ไม่มีความสุขเลย ไม่มีกำลังใจที่จะเจองาน ลูกค้า และคนในที่ทำงานก็ Toxic รวมถึงรู้สึกเหงามากขึ้นด้วย

ปรากฎการณ์นี้ทำให้เราเห็นว่าถึงแม้จะมีการให้ตระหนักถึง Work-Life Balance อยู่แต่ในความจริงวัฒนธรรมองค์กรและความเคยชินของคนในที่ทำงานให้ความสำคัญกับเรื่องนี้แค่ไหน คนรุ่นใหม่วัยทำงานกำลังต้องเจออะไร ทำไมค่านิยมคนบ้างานถึงยังแข็งแรงอยู่ ทำไมถึงยังมีการติดต่อพูดคุยนอกเวลางาน หรือแม้กระทั่งทำไมบางวันหยุดหลายคนยังต้องเตรียมพร้อมที่จะถูกถามเรื่องงานหรือต้องคิดเรื่องงานตลอดเวลา

Hustle Culture วัฒนธรรมงานคือชีวิต เรื่องนี้ชวนเราทำความเข้าใจด้วยกันว่าวัฒนธรรมที่เกิดขึ้นมันสอดคล้องกับงานศึกษาที่เพิ่งออกมาที่พบว่าคุณรุ่นใหม่โดยเฉพาะ Gen Y กำลังถูกบีบให้ทำงานหนักในองค์กร ให้ต้องเจ็บช้ำกับการต้องทำงานถวายหัว ยอมอดนอน กินเวลาพักผ่อนเพื่อทำงานที่ให้หวังตัวเองได้รับการยอมรับ งานสำเร็จจนเป็นที่ชื่นชมจนได้เลื่อนขั้น หรือขึ้นค่าจ้าง

จากรายงานของ Gallup บริษัทที่ปรึกษาด้านการวิเคราะห์ และ Metlife บริษัทประกันภัยในอเมริกาก็มีผลสำรวจออกมาว่าคนทำงานรุ่นใหม่ (Gen Y) มีความเหนื่อยล้าและความเครียดในที่ทำงานสูงที่สุด 42% ในขณะที่ Gen Z 34% , Gen X 27% และ Baby Boomers 21% เท่านั้น

และโซเชียลมีเดียเองส่วนหนึ่งที่สร้างสิ่งนี้ขึ้นในการให้คุณค่า ชื่นชมกับคนที่ทำงานรายได้สูงที่ประสบความสำเร็จอายุก่อน 30 ปี ทำให้หลายคนใช้เวลาเพื่อทำงานหนักมากหลายสิบชั่วโมงต่อวัน กดดันตัวเองให้แข่งขันกับตัวเอง เพื่อนร่วมงาน หรือหาวิธีพัฒนาทักษะการทำงานตัวเอง

จนไม่ได้มีเวลาพักผ่อนหรือใช้เวลาร่วมกับคนใกล้ชิดได้และเข้าสังคม ซึ่งส่งผลเก็บตัวมากขึ้น จากงานศึกษาก็รายงานผลว่าสิ่งนี้ทำให้คนทำงานรุ่นใหม่มีความรู้สึกเหงาสูงถึง 30% มากกว่าคนรุ่นก่อนที่เป็นที่ Gen x คนกลุ่มนี้มีความเหงาอยู่ที่ 20% และ เบบี้บูม 15% นั่นเอง นอกจากนี้ผลกระทบที่เกิดขึ้นไม่ใช่แค่คนทำงานรุ่นใหม่เหนื่อยล้า และรู้สึกเหงามากขึ้นเท่านั้น แต่ยังรวมการมีความเครียดที่สูงขึ้นด้วยโดยเฉพาะด้านการเงิน รวมถึงรวมถึงมีอัตราซึมเศร้าที่สูงกว่าด้วย

สรุปเราเห็นสาเหตุและผลกระทบที่ทำให้หลายคนยังต้องอยู่ใน Hustle Culture เราเข้าใจดีว่าการทำงานเพื่อให้มีรายได้มันช่วยขับเคลื่อนชีวิตเราไปข้างหน้าได้ดียังไง สุดท้ายเราหวังว่าอย่างน้อยจากข้อมูลที่ยกขึ้นมานี้จะทำให้ในที่ทำงาน องค์กร และหลาย ๆ คนช่วยกันหยุดหรือลดความเชื่อว่าคนทำงานหนัก ทำงานเกินเป็นอะไรที่ทุกคนควรต้องทำเพื่อให้ดูเป็นคนอดทน คนเก่ง น่าชื่นชม และกดดันกัน สิ่งนี้มันไม่ใช่แค่ส่งกระทบกับสุขภาพและจิตใจนะ สุดท้ายวัฒนธรรมบ้างานมันจะฆ่าคนทำงานเป็นกำลังสำคัญในองค์กรอย่างเราให้หมดไฟไปจริง ๆ

 

อ้างอิง
https://cnet.co/3MIFsYK
https://cnb.cx/3s5tLU9
https://bit.ly/3LNRjo0
https://bit.ly/3y8bUiZ

Related Posts