คนในแสงทำผิด ต้องขอโทษเท่าไหร่ถึงพอ ?

คนในแสงทำผิด ต้องขอโทษเท่าไหร่ถึงพอ ? เราควรยกโทษให้เซเล็บที่บ้งทุกคนรึเปล่า
 
จากกรณีล่าสุดที่มีการเรียกร้องการออกมาขอโทษและรับผิดชอบของนักแสดงในบ้านเราต่อพฤติกรรมที่เคยกลั่นแกล้งเพื่อนในชั้นหลายคน ที่หนึ่งในนั้นมีคนที่เป็นออทิสติกอยู่ด้วย กลายเป็นบทเรียนราคาแพงของคนที่ใช้ความรุนแรง บูลลี่คนอื่นที่เรามองเห็นด้วยกัน
 
ทำไมถึงต้องชดใช้ด้วยการได้รับการอภัยจากเหยื่อและสังคมโดยเฉพาะคนดัง เราใช้คำถามว่าการทำเรื่องแบบนี้เป็นเรื่องในอดีตที่อาจเกิดขึ้นจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ความยังไม่ได้ตระหนักจากในวัยเด็กหรือวัยรุ่นได้จริงไหม
 
การบูลลี่และการกลั่นแกล้งที่เกิดขึ้น เราพูดไม่ได้เลยว่าแบบไหนที่เจ็บปวดที่สุด มันหลายรูปแบบมาก ล้อเลียนหน้าตา ผิว ฐานะทางการเงิน เชื้อชาติ รสนิยม บอกว่าแซวเล่น ล้อเลียนชื่อเฉพาะ ศาสนา แกล้งเล็กน้อย ผลัก ทำให้ตกใจ สาดน้ำ เขียนสีบนตัว ไปจนถึงทำร้ายร่างกาย และอีกหลายวิธี ทุกอย่างมันกลายเป็นแผลทางใจได้ทั้งนั้น
 
ความรุนแรงในการกลั่นแกล้งและบูลลี่ที่เกิดในโรงเรียน ทำให้หลายคนที่อยู่ในช่วงวัยรุ่นและกำลังหาคุณค่าในตัวเองต้องเป็นซึมเศร้า วิตกกังวล ในบ้านเรามีเคสให้เห็นทุกปี เด็ก ม.ต้น ตัดสินใจจบชีวิตตัวเองจากการถูกเพื่อนบูลลี่ไม่สามารถแบกรับความเจ็บปวดจากคำที่ได้รับมา
 
เรามองว่ามันเป็นเรื่องที่น่าเศร้ามาก จากความรู้สึกอับอายกลายมาเป็นบาดแผลทางใจไปจนถึงการตัดสินใจฆ่าตัวตาย แม้ว่าสำหรับหลายคนที่เป็นผู้ถูกกระทำที่สามารถผ่านมันมาได้ด้วยความเข้มแข็งก็ยังมีรอยแผลในใจอยู่ดี ความทรงจำพวกนั้น ถ้ามันกลับมาก็ทำให้รู้สึกแย่กับตัวเอง ฝันร้าย และเข้าสู่ภาวะซึมเศร้าได้
 
ในมุมภาพใหญ่ระดับประเทศ การลงโทษของคนที่เป็นผู้กระทำที่กลั่นแกล้ง บูลลี่คนอื่นมีโทษหนักแค่ไหน มันมากพอที่จะชดเชยความเจ็บปวดของเหยื่อได้หรือยัง เรามีกรณีศึกษาในประเทศเกาหลีใต้และในสหรัฐอเมริกาหลายเคสมาก ความเข้มข้นของการลงโทษจากสังคมในสองประเทศนี้ ถ้าเจอคนดังหรือคนที่มีผลต่อสังคมเคยเป็นคนที่เคยแกล้ง บูลลี่คนอื่น จุดสุดท้ายคือการลงชื่อเรียกร้องให้ถอดถอนจากอาชีพศิลปิน นักแสดง และได้รับโทษตามกฎหมายในกรณีที่เป็นการกระทำที่รุนแรง (ลองอ่านการลงโทษและเคสเพิ่มเติมได้ที่อ้างอิง)
 
ในจุดของคนที่เป็น คนในแสงของสังคม มีพื้นที่สื่อเป็นของตัวเองยิ่งเป็นบทเรียนร่วมอย่างดี การขอโทษและให้มองการกลั่งแกล้ง บูลลี่เป็นเพียงเรื่องคึกคะนอง เราตั้งคำถามว่ามันจะเป็นการทำให้การกระทำเหล่านี้จะกลายเป็นตัวอย่างที่ถูกมองว่าเป็นการกระทำที่เกือบจะปกติ ที่ใครก็อาจจะ(เคย)ทำ หรือเกิดขึ้นได้ โดยที่ไม่ได้ตระหนักหรือเปล่า
 
มันเลวร้ายมากนะ ลองคิดร่วมกันถึงบทสรุปของเรื่องนี้ว่ามันควรจะเป็นความรับผิดชอบจากผลของการกระทำของตัวเองอย่างไม่มีข้อยกเว้นในการขอโทษและชดเชยกับเหยื่อที่ถูกกระทำจะเป็นสิ่งที่ถูกต้องและสมควรที่สุดไหม ยิ่งกว่าการขอโทษสังคมและขอโทษแฟนคลับ
 
คำถามสุดท้าย ตอนนี้บ้านเราตระหนักเรื่องนี้แค่ไหนแล้ว สำหรับผู้กระทำ เราเลือกปฏิบัติในการลงโทษทางสังคมและทางกฎหมายอยู่หรือเปล่า

Related Posts